Ririn_the_Crazydoll View my profile

[GEE]First meet

posted on 05 Mar 2014 23:00 by thecrazydoll in GEE
  
 
 
 เอนทรี่นี้มีเอี่ยวกับ
 
 
 
 
 
 

...เฮ่อ......

 

คริสเตียนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายขนาดเลือกผลกีวี่ใส่ตะกร้า  ไม่ได้เหนื่อยใจเพราะราคาผลไม้ที่แพงกว่าราคาตลาดเช้าของตลาดมืด แต่เป็นความเอาแต่ใจขั้นเทพของโมนาต่างหาก  ทั้งที่เขาเองก็ตั้งใจว่าจะไม่ตามใจอีกฝ่ายมากเกินไป จะทำให้เสียคนเอา  แต่ดูเหมือนจะช้าไปแล้ว

 

เจ้าเด็กที่ร้องเย้วๆจะกินผลไม้นอกฤดู แถมยังเป็นตอนกลางดึก รู้บ้างหรือเปล่าว่าเขาไม่ชอบเลยที่เจ้าตัวเอาแต่ใจขนาดนี้  เอาแต่ใจถึงขั้นลงไม้ลงมือกับเขาเพื่อให้ได้ของที่ต้องการ  คริสเตียนคนนี้ก็ได้มาโซขนาดยอมให้แตะถีบได้ตลอดไป

 

...เฮ่อ......

 

ถอนหายใจอีกเฮือก อีกสิ่งที่คริสเตียนเหนื่อยใจยิ่งกว่าความเอาแต่ใจของโมนา คือความขี้ใจอ่อนของเขาต่างหาก  แล้วแบบนี้เมื่อไรจะดัดนิสัยเจ้าเด็กเอาแต่ใจนั่นได้ซะที

 

เมื่อคิดว่าเลือกกีวี่ได้มากพอแล้ว ชายหนุ่มก็ส่งตะกร้าให้พ่อค้าช่างน้ำหนัก  แต่ระหว่างที่รอกลับมีคนบางคนมาเรียกเขา และเมื่อเขาหันไปหา ความคิดเรื่องกีวี่กับโมนาที่รออยู่ที่บ้านก็ถูกลืมไปชั่วคราว

 

คนที่เดินเข้ามาหาคริสเตียนเป็นผู้หญิง 2 คนและผู้ชาย 1 คน  ผู้หญิงหนึ่งในนั้นมีผมสีดำหยักศกยาวและดวงตาสีเขียวน้ำทะเลคือ มิธริล แม่เขาเอง  ค่อนข้างน่าแปลกใจที่คริสเตียนบังเอิญเจอแม่ในเมืองหลวง  เพราะถ้าเธอจะมาหา เธอจะส่งจดหมายมาบอกก่อนเสมอ  ส่วนคนแปลกหน้าอีก 2 คน เป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาสระสวย ผมยาวสยายสีเงิน ดวงตาสีแดง และชายกลางคนไว้หนวดเคราพอประมาณที่โครงหน้าเหมือนเขาอย่างกับแกะ  ทั้งสองนิ่งค้างสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง และเหมือนทั้งคู่จะรู้โดยอัตโนมัติว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

 

มิธริลแตะที่แขนของลูกชาย เรียกให้เจ้าตัวหลุดออกจากภวังค์  เธอยิ้มให้บางๆ  “ไปคุยกันที่บ้านนะ”

 

คริสเตียนพบว่าเขากลับมาที่บ้านของตัวเองในเวลาต่อมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย  เขาเหม่อใจลอยและมึนงงไปหมด ไม่รู้จะเรียกว่าหัวสมองว่างเปล่า หรือมีเรื่องให้คิดมากจนไม่รู้จะคิดถึงอะไรก่อนดี  นับว่ายังดีที่เขาไม่ลืมจ่ายเงินซื้อของแล้วเอากีวี่กลับมาด้วย

 

ชายหนุ่มเดินนำคนทั้งหมดเข้าไปในบ้าน  ที่นั่นหนาวเย็นเล็กน้อยเพราะไม่มีคนอยู่มาพักใหญ่ๆแล้ว  แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจจะจุดเตาผิงให้บ้านอุ่นขึ้น หรือแม้แต่เชิญแขกให้นั่งหรือเอาน้ำมาให้  และดูเหมือนแขกทั้งสามก็ดูจะไม่ว่าอะไรด้วย  มิธริลดึงตัวเขาเข้ามาหาชายกลางคน ก่อนจะกล่าวแนะนำ

 

“คริส นี่คือ เบเรนด์ ฮาร์ตแมน...”

 

จู่ๆแสงสีเขียวประหลาดก็สว่างวาบในดวงตาสีเทา  มันมักเกิดขึ้นแบบนี้ประจำเมื่อเขาเริ่มจะโมโห

 

“...พ่อของลูก”

 

ผู้เป็นแม่ยังแนะนำไม่ทันจบประโยคดี  หมัดขวาตรงก็เข้ากระแทกเปรี้ยงที่ใบหน้าของชายสูงวัยจนล้มตึง  หญิงสาวทั้งสองหวีดร้องเบาๆด้วยอารามตกใจ  คริสเตียนยืนกำหมัดอย่างโกรธเกรี้ยวเหนือร่างเขา  ขบกัดฟันแน่นพร้อมจ้องอีกฝ่ายเขม็งอย่างน่ากลัว

 

“..ป่านนี้แล้ว..จะกลับมาทำไม”  ชายหนุ่มส่งเสียงรอดไรฟัน

 

ตั้งแต่เกิดมาครึ่งชีวิตเขาไม่เคยรู้จักพ่อของตัวเองเลยสักนิดเดียว รู้แค่ว่าออกทะเลจากไปตั้งแต่ตอนที่แม่ตั้งท้อง  เมื่อเด็กๆ คริสเตียนเฝ้าถามแม่เสมอว่าพ่อของเขาเป็นใคร ไปที่ไหน ทำไมจึงไม่อยู่กับเขา  เหตุผลที่เขาอยากเป็นโจรสลัดล่องทะเลไปจากกีอาต้าก็ไม่ใช่เพราะอะไร ก็เพื่อตามหาพ่อนั่นแหละ  ทั้งที่พยายามมาตั้งนานก็ไม่เคยหาเจอแม้แต่เงา  จนตอนนี้ถอดใจเลิกพยายามออกทะเลแล้ว พ่อกลับมาหาเขาเสียอย่างนั้น

 

มิธริลดึงตัวลูกชายเป็นการปรามอีกฝ่าย แต่เบเรนด์ ฮาร์ตแมนกลับลุกขึ้น และบอกภรรยาว่าไม่เป็นไร  ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ตอบคำถามของคริสเตียน นั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกเดือดดาลเข้าไปอีก  ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นจ้องมองผู้เป็นพ่อ

  

“รู้บ้างหรือเปล่าว่าแม่รอท่านมานานขนาดไหน  แม่เลี้ยงข้าขึ้นมาตัวคนเดียวอย่างยากลำบาก แต่ท่านกลับหายหัวไปไหนก็ไม่รู้”

 

เบเรนด์มองตอบลูกชายอย่างขอโทษ ก่อนค้อมหัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยด้วยเสียงอ่อนระโหยของคนมีอายุ “เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่ได้สังเกตว่าแม่เจ้าตั้งท้อง ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ตัดสินใจจากไป  ขอโทษที่ทำให้ลำบาก”

 

คริสเตียนยังคงมองพ่อด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวเหมือนเดิม  อีกฝ่ายเข้าใจว่าที่ขอโทษไปมันไม่ได้ผลเลยสักนิดจึงเล่าเรื่องของตัวเองต่อเผื่อว่าอีกคนจะอยากรู้  “ข้าไม่ได้ไปไหนไกลหรอก  ก็ล่องเรือวนเวียนอยู่ตามหมู่เกาะทางใต้ของทวีปนี้  พอได้ยินจากคนในเกาะโจรสลัดมันว่าเห็นคนลักษณะคล้ายข้า แถมยังใช้เวทแบบเงือกได้ ไปก่อวีรกรรมที่นั่น  ข้าก็สงสัยเลยตามสืบหาอยู่พักใหญ่  ถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วก็คือเจ้า”

 

คริสเตียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าพวกโจรสลัดที่เกาะนั่นรู้จักพ่อของเขาด้วย  ตอนที่เขาไปที่เกาะนั่นเขาเลิกคิดที่จะตามหาพ่อตัวเองไปแล้วจึงไม่ได้สนใจจะค้นหา  “..แล้วไง  พอรู้ว่าเป็นข้าแล้วจะทำไมเรอะ”

 

“ข้าก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีลูกชายคนโตอยู่น่ะซี  ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคนเป็นพ่อเหรอ”

 

คนเป็นลูกตอบกลับอย่างก้าวร้าว “จะไปรู้เรอะ ก็ข้าไม่เคยมีพ่อนี่หว่า”  ชายหนุ่มหันหลังขวับให้พ่อแล้วเลือกเดินไปมารอบๆห้องแทนที่จะหยุดอยู่กับที่แล้วมองหน้าอีกคน  หญิงสาวทั้งสองได้แต่มองตามเงียบๆไม่พูดอะไร  “การขาดพ่อไปสักคนน่ะ ไม่คิดว่ามันจะเป็นปมด้อยของลูกบ้างหรือไง  ข้ารอท่าน ถามแม่ทุกวันว่าท่านเป็นใคร ท่านหายไปไหน  แต่พอข้าเลิกรอมาเป็นยี่สิบปีแล้วท่านกลับโผล่มาเฉยๆพร้อมกับเมียใหม่  ข้าไม่ดีใจหรอกนะ”

 

ทันทีที่พูดแบบนั้นก็เกิดเสียงหัวเราะคิกคักขึ้นที่ด้านหลัง  เมื่อหันมาก็พบ เด็กสาวผมสีเงินที่เขายังไม่รู้ชื่อกำลังเอามือป้องปากหัวเราะ  แม้แต่แบเรนด์กับมิธริลก็แอบยิ้ม  “มีอะไรน่าขำ”

 

คนเป็นพ่อมองหน้าก่อนจะช่วยไขข้อข้องใจ  เขายกมือขึ้นวางบนไหล่บอบบางของเด็กสาว  “นี่ โรวีน่า  นางไม่ได้เป็นเมียข้า แต่เป็นน้องสาวเจ้า”

 

เจ้าของชื่อหัวเราะคิกคักอีกครั้งพลางส่งสายตาให้ชายหนุ่ม “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พี่”

 

คริสเตียนเลิกคิ้วสูงใส่คำว่า พี่และน้อง  เขามีน้องสาวด้วย? ตั้งแต่เมื่อไรกัน  คิดแล้วจึงขมวดคิ้วใส่พ่ออีกครั้ง  “นั่นก็หมายความว่าท่านมีเมียใหม่อยู่ดีนี่หว่า”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
---------
 
 
ตัดจบฉับบบบบบบ
แบบว่าขี้เกียจแต่งต่อแล้วอ่ะ #แย่ห์
 
ตอนต่อไปของครอบครัวนี้คือ
- โรวีน่าจะมาอาศัยอยู่ในเมือง โดยพักที่บ้านของคริสซึ่งตอนนี้ไม่มีคนอยู่
- ขุ่นพ่อจะลับมาอยู่ที่กีอาต้า ที่เกาะเงือกกับขุ่นแม่
- เรื่องที่เหลือติดตามต่อในทล.จ้ะ =w=
Tags: gee 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet