Ririn_the_Crazydoll View my profile

[BONE]EP I:Event1:Haul an anchor!

posted on 31 Jan 2013 19:46 by thecrazydoll in BONE

 เอนทรี่นี้มีเอี่ยวกับ

 
 
 
 
ดองนานส่งช้าไปหน่อยแต่ก็ยังทันนะ /หัวเราะแห้งๆ =w=
 
 
 
- - - - - - - - -
 
EP I:Event1:Haul an anchor!
 
 
xx/xx/xx
 
 

นาฬิกาปลุกทองเหลืองเงาวับที่หัวเตียงส่งเสียงดังขึ้นมากริ๊งหนึ่ง ก่อนที่มือของฉันจะเอื้อมออกจากผ้าห่มอย่างรวดเร็วไปปิดมัน  ฉันไม่เคยตื่นมาปิดนาฬิกาปลุกเร็วขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ฉันออกเดินทางไปพักผ่อนและเขียนนิยายที่ปารีส มันเป็นเมืองที่สาวๆส่วนใหญ่ใฝ่ฝันว่าจะต้องไปสักครั้งในชีวิต  วันนั้นฉันตื่นเต้นมากทีเดียว วันนี้ก็เช่นกัน

 

เมื่อไม่กี่เดือนก่อน “the Letter from Paris” นิยายรักโรแมนติกของฉันเพิ่งได้เป็นหนังสือขายดีอันดับ 1  ในลอนดอน  ฉันเลยตัดสินใจว่าตัวเองควรจะได้ชุดสวยๆ  เครื่องเพชรชุดใหญ่  และงานฉลองสักหน่อย  ฉันได้ข่าวเรื่องเรือเดินสมุทรสุดหรูเลิศอลังการ  นั่นฟังดูเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การฉลองของฉันมาก  เงินรายได้ที่ได้มาจากยอดขาย the Letter from Paris จึงถูกนำไปจองตั๋วผู้โดยสารชั้นหนึ่งทันที

  

ใกล้จะอาทิตย์ขึ้นแล้ว  ฉันเดินไปเดินมาในห้องเพื่อแต่งตัวพร้อมๆกับตรวจเช็คดูให้แน่ใจว่าฉันขนเครื่องสำอางและเครื่องเขียนไปครบทุกชิ้นและมีเงินมากพอที่จะใช้งานในการท่องเที่ยว  กระเป๋าและสัมภาระกองอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง  หลังจากที่ฉันตรวจดูทุกอย่างเป็นครั้งสุดท้าย ฉันเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือเซาท์แธมป์ตัน

      

อาทิตย์ขึ้นมาสักพักแล้วเมื่อฉันเดินทางมาถึงท่าเรือ  อากาศยามเช้าที่ท่าเรือเซาท์แธมป์ตันสดใสเจิดจ้า แสงแดดส่องกระทบท้องน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สะท้อนกับตัวเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จอดเทียบท่าอย่างงามสง่า วันนี้คือวันออกเรือของเรืออโทรพอสที่ใหญ่เสียจนได้รับการขนานนามว่าเป็นเรือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค แม้จะยังเช้าแต่ฉันก็มองเห็นผู้คนต่อแถวรอขึ้นเรืออย่างกระตือรือร้นเป็นแถวยาวได้จากที่ไกลๆ

   

ฉันยืนอยู่ที่ท่าเรือ ข้างกายมีกระเป๋าเดินทางซึ่งอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าและหนังสือ3-4ใบ มือถือร่มสีม่วงประดับลูกไม้เพื่อปกป้องผิวสวยๆจากแสงแดด ฉันขมวดคิ้วมองฝูงชนและคิวแถวอันยาวเหยียด พลางคิดอย่างไม่พอใจว่าฉันยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมแบกกระเป๋าหนักๆ เดินตากแดดฝ่าฝูงชนไปขึ้นเรือเป็นอันขาด

ฉันเจอทางขึ้นสำหรับพนักงานบนเรืออยู่ไม่ไกล และคนก็ไม่เยอะมากด้วย  ฉันตรงไปทางนั้น ปลดต่างหูประดับเพชรราคาแพงออกมายัดใส่มือของพนักงานแถวๆนั้น เพื่อให้เขาช่วยขนกระเป๋าให้และเปิดทางให้ฉันขึ้นเรืออย่างง่ายดาย

อย่างนี้สิค่อยเป็นทริปสุดหรูที่ฉันต้องการหน่อย

  

...แต่แย่ที่สุดที่ฉันคิดผิด...

  

“เดี๋ยวสิ” ชายหนุ่มในชุดพนักงานเอ่ยเสียงดุ เขาไม่ได้ดุคุณ แต่ดุพนักงานคนที่ได้ต่างหูของคุณไปต่างหาก “ทางนี้สำหรับพนักงานเท่านั้น ผู้โดยสารไม่มีสิทธิขึ้นทางนี้นะ ทำแบบนี้ได้ยังไง”

  

ฉันยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่งๆ พนักงานคนหนึ่งยอมเปิดทางให้คุณ แต่อีกคนกลับไม่ยอมเสียอย่างนั้น  จะอะไรกันนักกันหนา  นั่นมันต่างหูเพชรเบลเยี่ยมคัทแท้ ข้างละ 0.89 กะรัตเชียวนะ  จะตาต่ำเกินไปละ

  

หลังจากเอ็ดเจ้าพนักงานรับสินน้ำใจพิเศษของคุณเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มหน้าตาจริงจังก็ยื่นมือมาทางคุณ ในมือนั้นมีต่างหูประดับเพชรของคุณอยู่นั่นเอง

   

“ขอโทษนะครับ กรุณาไปที่ทางขึ้นสำหรับผู้โดยสารด้วยครับ”

   

ริ้วของความไม่พอใจระบายขึ้นบนใบหน้าของฉันเล็กน้อย ก่อนที่ฉันจะระงับมันไว้ได้ทัน ฉันแสร้งยิ้มหวานให้กับเขาแล้วรับต่างหูคืนมา  "แหม..อย่าทำหน้าเครียดนักสิคะ ฉันแค่ลองทดสอบจรรยาบรรณพนักงานบนเรือของพวกคุณเท่านั้นเอง และก็เห็นได้ชัดว่าคุณรักษามันไว้ได้อย่างดีเยี่ยม"  ฉันใส่ต่างหูตามเดิม หยิบกระเป๋า และเดินออกจากบริเวณนั้น โดยไม่ลืมยิ้มหวานให้เขาอีกครั้ง

  

"เรื่องดีๆของคุณจะต้องไปปรากฏบนหน้าหนังสือของฉันแน่ๆค่ะ" ...ฉันจะใส่สีตีไข่ให้อาชีพพนักงานบนเรือเป็นอาชีพที่ไม่น่าพิสมัยที่สุดเลยคอยดู...

     

ฉันหิ้วกระเป๋ากลับไปต่อแถวแต่โดยดี  แน่ล่ะ..ฉันฉลาดพอที่จะไม่เสี่ยงกับคนหลายร้อยคนที่อยากขึ้นเรือจะแย่ไม่แพ้กับฉัน  ฉันกวาดสายตาประเมินฝูงชนที่จะร่วมการเดินทางกับฉันในครั้งนี้เป็นการฆ่าเวลา  มีเหล่าผู้ดีแต่งตัวสระสวยมามากมาย  แต่ก็มีไม่น้อยที่เป็นชนชั้นกลาง  ไปจนถึงคนที่ดูแล้วไม่น่าจะมีเงินพอซื้อตั๋วขึ้นเรือหรูๆแบบนี้ได้

  

ฉันไม่ว่าหรอกที่พวกเขาก็อยากขึ้นเรือ  การที่มีคนหลายๆประเภทร่วมเดินทางไปด้วยกันมันค่อนข้างเป็นสีสันและช่วยจุดประกายความคิดในการเขียนหนังสือเป็นอย่างดี

 

แสงแดดแรงขึ้นเล็กน้อยเพราะเริ่มสาย  และฝูงคนที่มากมายก็ทำให้อากาศเริ่มร้อน

  

...อย่างน้อยพวกพนักงานเฮงซวยนั่นก็น่าจะจัดการแยกแถวระหว่างผู้โดยสารชั้นหนึ่งกับชั้นอื่นๆหน่อยนะ

 

การอดทนรอคอยให้แถวผู้โดยสารขยับไปอย่างช้าๆ ในที่สุดก็ถึงหน้าพนักงานตรวจตั๋วจนได้ ชายหนุ่มร่างเล็กท่าทางเป็นมิตรและแจ่มใสในชุดพนักงานส่งยิ้มให้พร้อมทั้งเอ่ยคำถาม

  

“ขอตรวจตั๋วโดยสารด้วยครับ”

   

ฉันล้วงหยิบเอาตั๋วชั้นหนึ่งใบสำคัญออกมาจากกระเป๋าถือ แล้วยื่นให้เขา เชิดหน้าขึ้นนิดๆด้วยความภาคภูมิใจ ฉันต้องเขียนหนังสือขายตั้งหลายเล่มกว่าจะมีเงินพอซื้อมัน (แม้ว่าฉันจะเก็บเงินได้ช้าไปนิดเพราะเอาไปซื้อชุดสวยๆซะก่อนก็เถอะ)

  

พนักงานยิ้มรับแล้วก้มลงมองตั๋วในมือของคุณแล้วเลิกคิ้วด้วยความสงสัย  “คุณครับ ขอโทษด้วยนะครับ นั่นไม่ใช่ตั๋วเรือนี่ครับ”

    

ที่อยู่ในมือของคุณคือกระดาษแผ่นหนึ่งที่เต็มไปด้วยตัวอักษรอัดแน่นเบียดกันอย่างเป็นระเบียบ รอยหมึกสีเข้มแทบจะกระโดดออกมาจากเนื้อกระดาษที่เป็นรอยยับย่นเล็กน้อย

  

"โอ..ขอโทษที นั่นกระดาษจดไอเดียของฉัน.." ฉันเก็บกระดาษแผ่นบนที่ติดมือออกมาด้วยกลับไป และยื่นตั๋วเรือให้เขา

  

“เชิญครับ” พนักงานตรวจตั๋วยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและเชื้อเชิญคุณเข้าไปด้านใน เพียงแค่เดินเข้ามาก็เห็นสภาพความหรูหราโอ่อ่าอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่บนเรือลำหนึ่งได้ ไม่รู้ว่าต่อไปจะได้ตื่นตาอะไรกับเรือลำนี้บ้าง

  

ฉันรู้ดีว่าสัมภาระที่ฉันเอามาค่อนข้างเยอะและหนักมาพอสมควร แต่ฉันอยากจะมองดูฝูงชนและวิวท่าเรือกับทะเลจากมุมสูงก่อน  ฉันขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือเพื่อเสพสุขกับภาพนั้น ลมทะเลอ่อนๆกับแสงแดดสดใสช่างให้ความรู้สึกที่สดชื่นดีจริงๆ

  

ฉันมองเห็นครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งกำลังโบกมือลาชายคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากฉันนัก ท่าทางเขาคงจะเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว  เขาอาจกำลังจะเดินทางไปทำงานไกลบ้าน  เขาอาจจะต้องจากกับหญิงสาวอันเป็นที่รักด้วย  เป็นความคิดที่น่าสนใจ  แต่ในเรื่อง the Letter from Paris ฉันเพิ่งจะใช้โครงเรื่องแนวนี้ไป  นิยายเรื่องหน้าใช้เป็นแบบอื่นจะดีกว่า

  

เมื่อฉันมองไปยังทางด้านหนึ่งที่คลาคล่ำไปด้วยฝูงชน ก็พบกับโต๊ะสีขาวที่ประดับประดาด้วยอาหารหลากหลายชนิด  ริบบิ้นหลากสีโยงไปมาระหว่างโต๊ะแลดูสวยงาม มีเวทียกพื้นขนาดเล็กพร้อมทั้งแท่นยืนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

  

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ดาดฟ้านี้กำลังมีงานเลี้ยง... ไม่สิ น่าจะเป็นงานเลี้ยงพิธีเปิดของเรืออโทรพอส

  

ฉันเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น นี่มันงานเลี้ยงสุดหรูที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น ตัวละครในหนังสือของฉันมีโอกาสได้ร่วมงานเลี้ยงแบบนี้บ่อยๆ แต่ฉันไม่  นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้ลองของจริง

  

ท่าทางว่างานจะยังไม่เริ่มอย่างเป็นทางการ เพราะว่าที่แท่นยืนนั้นยังคงว่างเปล่า มีบรรดาพนักงานประจำเรือในชุดเครื่องแบบยืนรออยู่ที่ด้านข้าง อีกทั้งอาหารบนโต๊ะก็ยังไม่พร่องไปเท่าไหร่เสียด้วย

  

ฉันหาที่เหมาะๆหน้าเวที ยืน และวางกระเป๋าไว้ตรงนั้นเพื่อรอชมพิธีเปิด ระหว่างนี้ก็หยิบกระดาษและปากกามาจดบันทึกบรรยากาศไว้เผื่อใช้ในงานเขียนด้วย

  

ไม่นานเท่าไหร่นัก ชายเคราขาวสวมเสื้อที่น่าจะเป็นเสื้อกัปตันก็เดินมาขึ้นเวที รูปร่างผึ่งผายชวนให้รู้สึกทึ่งว่าชายคนนี้จะมีอายุสักเท่าไหร่กัน

  

...อืม..เรื่องหน้าลองเปลี่ยนพระเอกเป็นผู้ชายเท่ๆแบบมีอายุหน่อยอาจจะดีก็ได้  ฉันคิดอย่างสนุกสนานอยู่คนเดียว  จนกระทั่งเขาเริ่มพูดขึ้น

  

“ขอต้อนรับทุกท่านสู่อโทรพอส เรือที่จะดูแลและให้บริการทุกท่าน เหมือนเทพีผู้ดูแลเส้นด้ายแห่งชีวิตของมนุษย์  ขอให้ท่านมีความสุขกับการเดินทางในครั้งนี้จนกว่าจะไปถึงอเมริกา  หากพบความไม่สะดวกอะไร ท่านสามารถแจ้งแก่ลูกเรือทุกคนได้  เพราะสำหรับอโทรพอส... พวกเราดูแลทุกคนดุจเทพีแห่งโชคชะตา!”

  

สุนทรพจน์ที่เรียบง่ายและสั้นแบบนั้นไม่ได้ช่วยจุดประกายความคิดอะไรให้ฉันนัก แต่หนุ่มรุ่นลุงที่มีนิสัยเงียบขรึมไม่ค่อยพูดอาจจะเป็นพระเอกยอดนิยมแนวใหม่ก็ได้ ฉันจดความคิดนี้ลงไปในกระดาษ  ส่วนกัปตันนั้นเดินลงจากเวทีและออกจากงานเลี้ยงไปเสียแล้ว

     

ฉันใช้พนักงานยกสัมภาระไปไว้ที่ห้องก่อน  ส่วนตัวฉันจะขอสนุกกับงานเลี้ยงต่ออีกสักหน่อย  เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงจังหวะสบายๆ  ฉันเดินดูโน่นดูนี่ในงานไปเรื่อยเปื่อย  ฉันชอบศิลปะการตกแต่งของที่นี่มากจริงๆ  อะไรๆก็ดูหรูหราอลังการไปเสียทุกอย่าง  ฉันแอบไปจดเอาเรื่องเล่าในวงนินทาของคุณหญิงคุณนายกลุ่มหนึ่งที่ฉันบังเอิญเดินผ่านมาด้วย  เรื่องการหนีตามผู้ชายของลูกสาวบ้านข้างๆของหล่อนฟังดูน่าสนใจจริงๆ

     

ฉันเดินไปที่โต๊ะอาหาร  อาหารนานาชนิดละลานตาเสียจนบางอย่างแทบไม่รู้จักด้วยซ้ำ  ดูเหมือนจะมีอาหารต่างประเทศอยู่ด้วย  ฉันพบว่าจานหนึ่งมีกลิ่นเครื่องเทศค่อนข้างฉุน น่าจะเป็นอาหารของประเทศแถบเอเชีย  สักวันหนึ่งฉันน่าจะลองไปเที่ยวเอเชียดูบ้าง

  

ฉันสนุกกับงานเลี้ยงของฉันไปจนมารู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปนานมากทีเดียว  ฉันได้ลองชิมอาหารทุกจานบนโต๊ะ  ซึ่งมันก็อร่อยทุกอย่างได้อย่างน่าประทับใจ  หวังว่าคงไม่อ้วนหรอกนะ

  

มีคนหลายคนที่ฉันรู้จักในงานเลี้ยง  ส่วนใหญ่เป็นพวกคนใหญ่คนโตของประเทศที่มักจะมีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ  แขกบางคนรู้จักฉันด้วย  พวกเขาบอกว่าเคยอ่านหนังสือของฉันและก็ชอบมากเสียงด้วย  ฉันจึงตอบแทนเขาด้วยการเซ็นชื่อลงบนหน้าหนังสือให้

  

ในที่สุดฉันก็ออกจากงานเลี้ยงและกลับมาที่ห้อง  สัมภาระของฉันวางอย่างเป็นระเบียงที่มุมห้อง ตอนนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยมากแต่ก็ยังคงรู้สึกอิ่มเสียจนแทบไม่อยากนอน  ฉันออกมาชมวิวที่ระเบียง  อโทรพอสออกห่างจากอังกฤษมาไกลมากแล้ว  ไม่ว่าจะมองทางไหนก็มีเพียงผืนสมุทรกว้างใหญ่เท่านั้น

 
- - - - - - - - - -
 
ปล.ต่างหูเพชรเบลเยี่ยมคัทแท้ 0.89 กะรัตทำให้คุณเฟเธอร์ได้รางวัลสตาฟผงะค่ะ 5555555555
 

Comment

Comment:

Tweet

สตาฟผงะเพราะต่างหูเพชรม่ายย 5555555555555555555555555555555555555555
//มาขอใช้พื้นที่ขำหนึ่งคอมเม้น //โดนชก

#2 By Sose_P on 2013-02-01 00:06

เรื่องเป็นเช่นนี้เอง...น่าสนใจดีนี่
แล้วพบกันบนอโทรพอส

#1 By Bottleneck on 2013-01-31 20:36