Ririn_the_Crazydoll View my profile

[ExSH][XmasEvent]Chase Rawlinson jr.

posted on 04 Jan 2013 19:54 by thecrazydoll in ESH
เอนทรี่นี้ถวายแด่
 
 
 
 
 
Title: [XmasEvent]Christmas Ghost
Author: 12irincahn
Genre: ไม่เป็นชองไหนทั้งนั้นแหละ...
Rating: ใสกิ๊ง
Author's Notes: เจอ effect แบบนี้ไปถึงกับเงิบเลยค่ะ.. ดังนั้นฟิคมันจึงเป็นน้ำซะเยอะนะ../หัวเราะแห้งๆ
 
 
-----------------------------------------
 
 

เชส  รอว์ลินสัน  จูเนียร์ ไม่เคยเชื่อเรื่องปรากฏการณ์วิญญาณหรือโลกหลังความตายเลยสักนิดเดียว  ตราบใดที่วิทยาศาสตร์ยังสรุปไม่ได้ว่า “ผี” หรือ “วิญญาณ” คืออะไรแน่  เขาจะไม่ปักใจเชื่อเจ้ารายการโทรทัศน์ที่กำลังดูอยู่ตอนนี้เป็นอันขาด

 

ภาพดาราที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางบรรยากาศมืดมิดของบ้านร้างที่เคยมีคนตาย คอยทำตามคำสั่งต่างๆของพิธีกรด้วยท่าทางหวาดกลัว  เชสไม่รู้ว่าเธอกลัวจริงหรือเปล่า ภาพมืดๆในทีวียากเกินกว่าจะอ่านสีหน้าได้ชัด เขารู้ว่านี่คือรายการทีวี สิ่งที่สื่อผ่านออกมาผ่านโลกมายาเหล่านี้มากกว่า 80% ล้วนถูกจัดฉากขึ้นมาทั้งนั้น  ไม่ว่าดาราคนนั้นจะกลัว “สิ่งที่เธอและรายการกำลังตามหา” จริงๆ หรือเธอแค่ตื่นตระหนกกับความกลัวที่สมองสร้างขึ้นมาเองเมื่อถูกทิ้งไว้ในสถานที่เปลี่ยวร้างเช่นนั้น  แต่ไม่ว่าจะทางไหน  ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า “สิ่งนั้น” มีจริงอยู่ดี

 

เชสยืดตัวขึ้นมาจากพนักโซฟา เอียงศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีขาวประหลาดเอียงน้อย พิจารณามองดูภาพในจอ  รายการนี้มักจะพาดารามาในที่ที่ร้างเสมอ เป็นสถานที่ร้าง มืดทึม น่ากลัว และต้องมีประวัติเกี่ยวกับการตายของใครสักคน เพราะนั่นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่รายการตามหา  รายการนี้พูดบ่อยๆทำนองว่าคนที่ตายไปแล้ว จะกลายเป็น “วิญญาณ”

   

จากนั้นจึงปรายตามองห้องนั่งเล่นของตัวเอง  บ้านที่เขาอยู่ตอนนี้คือ คฤหาสน์รอว์ลินสันที่เก่าแก่ใหญ่โต เงียบเชียบวังเวงเพราะที่นี่ไม่มีใครนอกจากเขา  ทั้งบ้านมืดสนิทเพราะตัวเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งแสงไฟ ดูแล้วก็เหมือนกับบ้านร้างที่รายการชอบไปถ่ายทำ  เชสรู้ว่าบ้านของเขามีประวัติเป็นมาอย่างไร คนในครอบครัวรอว์ลินสันในอดีตหลายคนทั้งเกิด แก่ เจ็บ และตายที่นี่ ไม่ว่าโดยธรรมชาติหรือฆาตกรรม

  

ถามว่าเขารู้สึกกลัวบ้างไหม ..ไม่..

  

เขาไม่กลัวและไม่รู้จะกลัวทำไมด้วย

  

ดังนั้น..เขาจึงไม่รู้ว่ากลุ่มคนที่มายืนอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กในตอนนี้จะกลัวทำไมด้วย....

  

เชสชะเง้อมองผ่านหน้าต่าง  ใช้ดวงตาอินฟาเรดขยายภาพมองฝ่าระยะทางและความมืด เห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น 3-4 คน ยืนกล้าๆกลัวๆอยู่ตรงนั้น  ส่องแสงไฟฉายเข้ามาราวกับหาอะไรบางอย่าง  ลำแสงนั้นกระทบตัวเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเหหันไปทางอื่นอย่างรวดเร็วเพราะความตกใจกลัวของผู้ถือ  เชสได้ยินเสียงพวกเขาร้องโวยวาย

  

“เมื่อกี้เห็นไหม? มีอะไรเหมือนเงาคนอยู่ในบ้านนั้นด้วย!!”

  

“ฉันไม่เห็นอะไรเลย”

  

“มีจริงๆนะ รูปร่างเหมือนคนเลย”

  

“ฉันก็เห็นนะ  ลูกตาสว่างวาบอย่างกับตาแมว”

 

“ฉันก็เห็นเหมือนกัน”

 

“น่ากลัวจัง ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”

 

และอีกหลายคำบอกเล่าน่าสะพรึงกลัว..  เชสเบี่ยงตัวหลบแสงไฟรอบที่สอง ยิ่งเรียกเสียงสงสัยจากทางโน้นมากขึ้นอีก เขากลอกตาพลางถอนหายใจ  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนแปลกหน้ามาเยือนที่บ้านเขาแล้วทำราวกับว่าบ้านของเขาเป็นคฤหาสน์ร้างที่เหมาะจะมาเล่นล่าท้าผี  แต่จะว่าเป็นความผิดของคนอื่นทั้งหมดก็ไม่ใช่  เขาก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้ดูแลบ้านให้ดูดีเหมือนบ้านที่มีคนอยู่

 

ปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เชสจะรอให้ฝ่ายโน้นกลับกันไปเอง  เขาไม่คิดจะปรากฏตัวให้ใครรู้ว่าที่นี่ยังมีคนอยู่ เพราะตัวเขาเองเป็นอาชญากรที่มีหมายจับ  ถ้าไม่ยอมกลับ แต่ยังดึงดันจะเข้ามาในบ้าน เขาก็จะส่งสัญญาณขู่ให้กลัวนิดหน่อย  ตอนนี้เขากำลังคิดว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งมีกองถ่ายของรายการที่กำลังดูอยู่ตอนนี้มาจะทำยังไง  ความลับที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้ ถึงไม่ใช่ผีแต่ก็คงน่ากลัวพอๆกัน

  

โชคดีที่คนกลุ่มนี้ขี้ขลาดเกินกว่าจะย่างก้าวผ่านประตูรั้วเข้ามา จึงถอนตัวกลับไปในเวลาไม่นาน  เชสแอบตามออกไปหลังจากนั้นเพื่อดูให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่กลับมาอีก  เด็กหนุ่มซ่อนตัวอยู่หลังเสาประตูรั้วเพื่อมองรถของผู้มาเยือนวิ่งจากไป พลางคิดอย่างยินดี  เท่านี้ ความลับในคฤหาสน์รอว์ลินสันก็จะยังคงเป็นความลับต่อไป

  

เชสถูมือ ก้าวหันกลับ เตรียมจะก้าวเดินกลับเข้าไปในบ้าน  อากาศตอนกลางคืนของปลายเดือนธันวาคมหนาวเกินกว่าจะอยู่ข้างนอกนานๆ  พลันสายตาอันมีความไวและความละเอียดสูงก็มองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ห่อพลาสติกใส ผูกปากด้วยริบบิ้นสีแดงสลับขาวและเขียว ภายในบรรจุแท่งลูกกวาดสีฟ้าขาว พร้อมการ์ด 1 ใบ  มันสอดอยู่ในกล่องจดหมายที่ข้างประตูรั้ว

 

เด็กเอียงคอมองมันด้วยความสงสัย  ไม่มีบุรุษไปรษณีย์มาส่งอะไรให้บ้านรอว์ลินสันนานแล้ว ไม่เคยมีกระทั่งบิลค่าน้ำหรือค่าไฟ(เพราะใช้ระบบโซลาห์เซลล์และปั๊มน้ำบาดาลใช้เอง)  ใครกันที่ส่งลูกกวาดมาให้เช่นนี้

 

คริสต์มาสไม่ใช่เทศกาลโปรดของเชส  อันที่จริงแล้วไม่มีเทศกาลไหนที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษ  สำหรับเขาแล้ว วันทุกวันล้วนคือช่วงเวลาที่ประกอบด้วยชั่วโมง 24 ชั่วโมงเท่ากันหมด  เขาไม่เข้าใจนักหรอกว่าทำไมผู้คนจึงตกแต่งบ้าน ประดับต้นคริสต์มาส ให้ของขวัญ อวยพร และร้องเพลงกันในวันนี้

  

“Merry Christmas…”

  

การ์ดข้างในบอกแค่นั้น  ไม่มีแสตมป์  ไม่มีชื่อผู้ส่ง  เชสก้มสำรวจกล่องจดหมายอีกครั้ง  ดูเหมือนว่าห่อขนมนี่จะมาอยู่ในนี้ได้ไม่นานเท่าไร ดูจากรอยฝุ่นในกล่องแล้ว  แต่ก็นานพอจะให้มีมดหลายตัวตามกลิ่นหอมหวานของแท่งลูกกวาดมาอยู่ตรงนี้ได้  มดบางตัวหาทางเข้าไปในห่อได้แล้ว

 

เชสยืนนิ่งพิจารณามันอยู่อีกสักพักก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านพลางแกะมันออกจากห่อ  ปัดมดออก  มองสีฟ้าสดใสและดมกลิ่นน้ำตาลหอมหวานของมัน  การได้ของหวานมากินเล่นระหว่างที่ดูทีวีรอบดึกก็ไม่เลวเหมือนกัน  เด็กหนุ่มอ่านเรื่องของซานต้ามาบ้าง  เขาพอรู้ว่าซานต้าคือ ชายแก่อ้วนๆใส่ชุดสีแดงที่คอยแจกของขวัญวันคริสต์มาสให้กับเด็กดี  บางทีชายชราอาจรู้ว่าเขาเป็นเด็กดีที่ทำงานตามที่คุณพ่อสั่งอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสมอกระมัง  เขาจึงได้ขนมหวานสีสวยแท่งนี้เป็นการตอบแทน

  

เขาค่อนข้างไว้ใจประสาทรับกลิ่นของมดทีเดียว  ในเมื่อมดตัดสินว่าเจ้านี่ไม่มีกลิ่นของยาพิษและสามารถกินได้  เขาก็จะเชื่อมัน

 

เด็กหนุ่มคาบส่วนปลายไว้ในปาก ขณะเปิดประตู  รสหวานละลายในปากผ่านลงคอไป  แท่งลูกกวาดสีสวยก็ร่วงหล่นลงไปกระทบพื้นแตกเป็นชิ้น  มือที่เอื้อมไปคว้าลูกบิดกลับทะลุผ่านราวกับเป็นอากาศธาตุ

  

“...เอ๋...........?!”

  

น้ำเสียงประหลาดใจถูกเอ่ยออกมาเบาๆ  เชสก้มมองเศษลูกกวาดสีฟ้าที่พื้น ก่อนจะมามองเท้าของเขา ซึ่ง..มันไม่ติดพื้น  ร่างกายรู้สึกเบาโหวงอย่างประหลาด  ตัวเขาลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย  ดวงตาสีม่วงที่เบิกกว้างมองมือข้างที่เพิ่งจะทะลุผ่านลูกบิดประตูไปเมื่อครู่  มันดูคล้ายจะโปร่งแสงจืดจางไร้สีสันกว่าปกติ

  

เชสลอยค้างเติ่งนิ่งอยู่ตรงนั้น  ส่วนคิดวิเคราะห์ในสมองเริ่มเจ็บจี๊ดขึ้นมาเมื่อพบว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์ที่อธิบายไม่ได้  เขากลายเป็นพลังงานบางอย่างที่ไร้น้ำหนัก และจับต้องไม่ได้  ไม่รู้ว่าคนอื่นๆจะยังคงมองเห็นเขาหรือเปล่า  หรือว่าต้องประกอบพิธีกรรม  ปอกแอปเปิ้ลหน้ากระจก หรือเอาขี้เถ้าป้ายตาก่อนถึงจะมองเห็นหรือเปล่า  แต่ดูเหมือนว่า..เขาจะกลายเป็น “วิญญาณ”  ไปซะแล้ว...........

  

“...ก..เกิดอะไรขึ้น? ..ทำเป็นแบบนี้ไปได้? ..แบบนี้ผมก็เหมือนเป็นวิญาณ(แบบที่รายการทีวีบอกบ่อยๆ)เลย..ไม่สิ..วิญญาณมีจริงด้วยเหรอ?”  สารพัดคำถามเกิดขึ้นในหัวทันทีพร้อมๆกับสีหน้าตื่นตระหนกตกใจของเชส รอว์ลินสัน จูเนียร์ ซึ่งไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก

  

..คุณพ่อครับ...ผมจะทำยังไงดีล่ะ.......

   
 
    

 

-----------------------------------------
 
 

เชสคุงต้องอยู่ในสภาพนี้ไปอีก 5วันล่ะ

ไม่รู้จะโรลทวิตยังไงให้ออกมาสมเป็น "คนที่ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ แต่ถูกทำให้กลายเป็นวิญญาณ" O<--<

Comment

Comment:

Tweet

เชสกินแคนดี้เคน... อา นึกภาพตามแล้วคงน่ารักแฮะ xD บ้านเชสน่าไปล่าท้าผีมากเลยค่ะ //ผิด

#3 By MeLi X MeLi on 2013-01-09 23:20

ตอนแรก เชสคุงดูรายการคนอวดผีซินะ! //ม่ายช่ายยยยย 555+
แต่ชอบความคิดของเชส คือ ถึงจะฉลาดเฉลียวเสียยิ่งกว่าผู้ใหญ่ แต่ก็มีด้านที่ยังเป็นเด็กอยู่ ตอนพูดถึงคุณพ่อนี่ ยิ่งน่ารัก และแสดงถึงความไร้เดียงสาแบบเชส(?)มากเลยค่ะ cry

#2 By kolonel on 2013-01-06 00:14

โถววววววว เชสคุงเด็กดี ;v;
โดนพิษรัก(?)ซานต้าเข้าให้แล้ว 55555
ข้าจะส่งหมอน้อย(?)ไปล่าท้าผี!! #ผิดมาก

#1 By RACK666 on 2013-01-04 20:18